เวลาเราฝึกโยคะ ร่างกายจะค่อยๆ เพิ่มความร้อนหรือ “อุษณะ” (ushna) ของร่างกายขึ้น ถ้าดื่มน้ำเย็นตอนนี้ ความร้อนจะลดลงทันที ซึ่งอาจทำให้ร่างกายตอบสนองแปลก ๆ เช่น เสี่ยงต่อภูมิแพ้ มีเสมหะมากขึ้น หรือแม้แต่เป็นหวัดได้ ถ้ากำลังทำท่าโยคะหนัก ๆ แล้วดื่มน้ำเย็นทันที อาจติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้น ไม่ควรดื่มน้ำระหว่างทำอาสนะ และไม่ควรเข้าห้องน้ำด้วย เพราะเราต้องให้ร่างกายขับน้ำเสียออกมาในรูปของเหงื่อ
เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆ ร่างกายจะเริ่มมีเหงื่อออกจาก ศีรษะเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ทั่วตัว นั่นแปลว่าพลังงานของคุณถูกส่งไปในทิศทางที่ถูกต้อง อาสนะจะช่วยให้การขับน้ำเสียขึ้นไปตามระบบร่างกายของคุณ ถ้าร่างกายร้อนเกินไป สามารถผ่อนด้วยท่าผ่อนคลาย ชวาสนะ (Shavasana) แต่ ไม่ควรลดความร้อนด้วยน้ำเย็น เพราะการขับเหงื่อช่วยให้ร่างกายบริสุทธิ์มากกว่า
เวลาที่เหงื่อออกเยอะ เสื้อผ้าจะซับเหงื่อ แต่ถ้าเปลือยตัว ให้ ถูเหงื่อกลับเข้าร่างกาย เพราะเหงื่อมีพลัง ปราณ (prana) ที่เราไม่อยากเสียไป การถูเหงื่อกลับจะสร้าง “เกราะพลัง” (kavacha) ให้ร่างกาย มันช่วยสร้างความร้อนและพลังปราณ ทำให้เราต้านความหิว กระหาย หรืออากาศร้อน-เย็นได้ดีขึ้น
แนวคิดหลักของโยคะคือ ค่อย ๆ ลดความผูกพันกับความต้องการทางกาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ หรือเข้าห้องน้ำ ความผูกพันของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ร่างกายของเราจะค่อย ๆ ปลดล็อกความจำเป็นเหล่านี้ เมื่อถึงจุดหนึ่ง ถ้านั่งทำสมาธิ คุณจะ กลายเป็นโยคะ ไม่ใช่แค่ฝึกโยคะ นั่นหมายความว่าการรับรู้ของคุณจะไร้ความต่างระหว่างตัวคุณกับจักรวาล
แต่ต้องสร้างร่างกายให้พร้อมก่อน ถ้ายังไม่พร้อมและพลังสูง ๆ เข้ามา อาจทำให้ระบบร่างกายเสียสมดุล คนที่ฝึกโยคะแบบสุดโต่งจากหนังสือบางครั้งก็เสียสติได้ ดังนั้น ต้องค่อย ๆ ปีนขึ้นไปทีละขั้น ให้ร่างกายพร้อมสำหรับการรับพลังและมิติสูง ๆ ด้วยตัวเอง

