งานวิจัยใหม่ 3 ชิ้นช่วยตอกย้ำว่า การออกกำลังกายมีส่วนช่วยผู้ป่วยมะเร็งได้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องกำลังใจ แต่ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง
ผลการศึกษาระบุว่า การเดินวันละประมาณ 30 นาที และการฝึกโยคะ สามารถช่วยลดอาการอ่อนเพลียในผู้ป่วยมะเร็ง และยังช่วยลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลาม กลับมาเป็นซ้ำ หรือแม้แต่ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ด้วย
ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งใหม่มากกว่า 18 ล้านคนต่อปี และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า การไม่ขยับร่างกายหรือใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด
แต่ตอนนี้ นักวิจัยระดับโลกเริ่มค้นพบมากขึ้นว่า แม้หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งแล้ว การขยับร่างกายก็ยังให้ประโยชน์อย่างมาก
ในอดีต แพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วย “พักเยอะ ๆ อย่าฝืน” เพราะการรักษามะเร็งค่อนข้างหนัก แต่แนวคิดนี้กำลังเปลี่ยนไป
งานวิจัยทั้ง 3 ชิ้นถูกนำเสนอในงานประชุมประจำปีของสมาคมมะเร็งวิทยาคลินิกแห่งสหรัฐฯ (ASCO) ซึ่งเป็นการประชุมด้านมะเร็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก และทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การออกกำลังกายช่วยผู้ป่วย ไม่ได้ทำให้แย่ลง
คุณหมอเมลิสซา ฮัดสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะยาว บอกว่า
สมัยก่อนแพทย์มักพูดว่า “คุณป่วยนะ พักเถอะ”
แต่ตอนนี้แพทย์จำนวนมากเริ่มเห็นตรงกันว่า ควรให้ผู้ป่วยกลับมาออกกำลังกาย ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และค่อยเป็นค่อยไป
งานวิจัยแรก: โยคะช่วยลดการอักเสบ
การศึกษานี้เป็นการทดลองทางการแพทย์แบบเข้มข้นที่สุด มีผู้ป่วยมะเร็งกว่า 500 คน อายุเฉลี่ย 56 ปี เข้าร่วม
ผู้ป่วยถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งฝึกโยคะ อีกกลุ่มเข้าอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพ
ทุกคนทำกิจกรรมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 75 นาที เป็นเวลา 1 เดือน
ผลตรวจเลือดพบว่า กลุ่มที่ฝึกโยคะมีระดับการอักเสบในร่างกายต่ำลงอย่างชัดเจน
ซึ่งการอักเสบถือเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้มะเร็งโตและแพร่กระจาย
นักวิจัยสรุปว่า โยคะช่วยลดการอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งได้จริง และแพทย์ควรพิจารณาแนะนำโยคะให้ผู้ป่วยที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง
งานวิจัยที่สอง: โยคะช่วยลดความเหนื่อยล้า
การศึกษานี้เน้นผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 173 คน
ผลออกมาว่า ผู้ที่ฝึกโยคะรู้สึกเหนื่อยน้อยลง และคุณภาพชีวิตโดยรวมดีกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ฝึก
งานวิจัยที่สาม: ขยับตัวมากขึ้น เสี่ยงเสียชีวิตน้อยลง
การศึกษาระยะยาว 6 ปีในบราซิล พบว่า ผู้ป่วยมะเร็งที่ “แอ็กทีฟ” เช่น เดินอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน
มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ เกือบ 20%
หลังผ่านไป 180 วัน
- กลุ่มที่แอ็กทีฟ ยังมีชีวิตอยู่ถึง 90%
- กลุ่มที่ไม่ค่อยขยับตัว เหลือเพียง 74%
นักวิจัยบอกว่า แค่ลุกขึ้นขยับตัว ทำงานบ้านเบา ๆ หรือเดินไปซื้อของ ก็ช่วยได้แล้ว
และยังเน้นว่า ครอบครัวก็ต้องเข้าใจด้วย เพราะหลายบ้านมักห้ามผู้ป่วยทำอะไรเลย ซึ่งจริง ๆ แล้ว การขยับร่างกายดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

