หลายคนน่าจะเคยได้ยินครูโยคะพูดว่า “ค่อย ๆ ลึกเข้าไปในท่า” อยู่บ่อย ๆ ซึ่งวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันก็คือการฝึกโยคะร่วมกับ Yoga Block
แต่ถ้าอยากเข้าใจคำว่า “ลึก” จริง ๆ เราต้องมองมันแบบรอบด้านกว่านั้น เพราะโยคะไม่ได้มีแค่เรื่องของร่างกาย
โยคะคือการฝึกเพื่อพาเรา ลึกเข้าไปในประสบการณ์ของตัวเองทั้งหมด ไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อหรือพังผืด
การ “ลึก” ในที่นี้ หมายถึงการรับรู้และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้น โดยไม่เอาตัวตนของเราไปผูกติดกับว่า “ทำได้” หรือ “ทำไม่ได้”
การ “ลึก” เข้าไปในท่าโยคะ หมายความว่าอย่างไร
ก่อนจะพยายามเพิ่มความเข้มข้นของท่า ลองถามตัวเองก่อนว่า
ทำไมเราอยากลึกขึ้น และร่างกายเราพร้อมแค่ไหน
การไปให้ลึกขึ้นต้องไม่ฝืน ไม่รีบ เหมือนกับการว่ายน้ำ — ไม่มีใครกระโดดจากน้ำตื้นไปดำน้ำทะเลลึกทันที
โยคะก็เช่นกัน ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ถ้าคุณยังเอื้อมมือไม่ถึงปลายเท้าในท่า Seated Forward Bend (พัชชีโมตตานาสนะ)
การฝืนเอื้อมไปจับบล็อกข้างหน้าอาจไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด
บางครั้ง “การลึก” คือการเข้าใจขีดจำกัดของร่างกายตัวเองมากขึ้น และฝึกความอดทนกับตัวเอง
ความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เหมือนกับตัวเรา
โยคะจึงไม่ได้สอนแค่ให้ร่างกายยืด แต่สอนให้เรารู้จัก ควบคุมอารมณ์และอีโก้
อย่าตัดสินตัวเองจากท่าที่ทำได้หรือทำไม่ได้
คุณไม่ใช่ท่านั้น ไม่ใช่ภาพที่เห็นบนเสื่อ
ในแต่ละท่า ลองสังเกตลมหายใจและความรู้สึกเล็ก ๆ ในร่างกาย
ถ้ารู้สึกกลั้นหายใจหรือเกร็ง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรผ่อนลง
จำไว้ว่า ทุกท่าโยคะไม่ได้แค่ยืดร่างกาย แต่กำลังพาเรา ลึกเข้าไปหาตัวเอง
10 ท่าโยคะใช้บล็อก เพื่อพาการฝึกให้ลึกขึ้น
เมื่อคุณรู้สึกพร้อมจะไปให้ไกลกว่าเดิม บล็อกโยคะจะเป็นผู้ช่วยที่ดี
ต่อไปนี้คือ 10 ท่าโยคะยอดนิยม พร้อมวิธีใช้บล็อกเพื่อเพิ่มมิติของการยืด
ฝึกไปพร้อมลมหายใจ และฟังร่างกายตัวเองเสมอ
เป้าหมายของโยคะคือ ความปลอดภัยและการฝึกที่ยั่งยืน
1. Low Lunge (Anjaneyasana)

ประโยชน์ของบล็อก: วางบล็อกใต้เท้าหน้าช่วยเพิ่มการยืดสะโพก หน้าขา และหลังขา
วิธีทำ: เริ่มจากท่า Low Lunge วางบล็อกระดับต่ำใต้เท้าหน้า กดน้ำหนักผ่านโคนนิ้วโป้ง ยืดอก ตั้งไหล่ให้ตรงกับสะโพก ค่อย ๆ งอเข่าเพิ่มเพื่อยืดลึกขึ้น อย่าลืมหายใจ แล้วสลับข้าง
2. Lizard Pose (Utthan Pristhasana)

ประโยชน์ของบล็อก: บล็อกใต้ขาหลังช่วยให้สะโพกคลายและเปิดได้ลึกขึ้น
วิธีทำ: จาก Downward Dog ก้าวเท้ามาด้านข้างมือ วางบล็อกใต้ขาหลัง ระดับตามที่สบาย จะลงศอกกับพื้นหรือบล็อกก็ได้ ปล่อยอกลงต่ำ หายใจลึก ๆ แล้วเปลี่ยนข้าง
3. Seated Forward Bend (Paschimottanasana)

ประโยชน์ของบล็อก: ช่วยเพิ่มการยืดหลังขาและแนวหลังทั้งหมด
วิธีทำ: นั่งเหยียดขา วางบล็อกหน้าเท้า ยืดตัวจากสะโพก เอื้อมมือจับบล็อก ถ้าอยากยืดลึกให้หลังตรง ถ้าอยากผ่อนคลายให้ปล่อยหลังโค้งตามสบาย
4. Pyramid Pose (Parsvottanasana)

ประโยชน์ของบล็อก: เพิ่มการยืดหลังขาด้านหลัง
วิธีทำ: วางบล็อกใต้ปลายเท้าหน้า ยืดหลังตรง หายใจเข้าแล้วยกครึ่งหนึ่ง หายใจออกแล้วพับลำตัว ทำสลับข้าง
5. Extended Puppy Pose (บล็อกใต้ศอก)

ประโยชน์ของบล็อก: เปิดอกและหัวไหล่ลึกขึ้น
วิธีทำ: ตั้งโต๊ะ วางศอกบนบล็อก ประกบมือเหมือนสวดมนต์ ปล่อยอกลงพื้น หายใจเข้าออกช้า ๆ
6. Extended Puppy Pose (บล็อกใต้มือ)

ประโยชน์ของบล็อก: ยืดช่วงบนของร่างกายมากขึ้น
วิธีทำ: วางมือบนบล็อก เปิดต้นแขนออก ปล่อยอกลง หายใจเข้าออกให้สัมพันธ์กับแรงกดมือ
7. Bridge Pose (Setu Bandha Sarvangasana)

ประโยชน์ของบล็อก: ช่วยเปิดสะโพก หลังล่าง และผ่อนคลายลำตัว
วิธีทำ: วางบล็อกใต้กระดูกกระเบนเหน็บ (ไม่ใช่หลังล่าง) เหยียดขา ผ่อนคลาย หายใจลึก
ข้อควรระวัง: ถ้าปวดหลัง ให้หยุดทันที
8. Standing Forward Bend (Uttanasana)

ประโยชน์ของบล็อก: เพิ่มการยืดหลังขาและแนวหลังทั้งหมด
วิธีทำ: ยืนบนบล็อก พับตัวจากสะโพก ปล่อยศีรษะลง หายใจเข้าไปที่หลังล่าง
9. Wide-Legged Forward Bend (Prasarita Padottanasana)

ประโยชน์ของบล็อก: เพิ่มความลึกของการยืดสะโพกและหลัง
วิธีทำ: ยืนบนบล็อก แยกขากว้าง พับตัว ปล่อยศีรษะลงพื้น หายใจลึก
10. Half Frog Pose (Ardha Bhekasana)

ประโยชน์ของบล็อก: เปิดสะโพก ขาหนีบ และลดแรงกดที่เข่า
วิธีทำ: ใช้บล็อกรองใต้หน้าแข้ง ค่อย ๆ บิดตัวลงนอนคว่ำ หายใจเข้าออกลึก ๆ ถ้ารู้สึกตึงเข่าให้ผ่อนหรือออกจากท่า

